8/14/2561

IT08

Samsung Display 

โชว์เหนือพัฒนาจอสมาร์ทโฟนสุดแกร่งที่ ‘ ไม่มีวันแตก ’


            Samsung Display บริษัทผู้ผลิตหน้าจอรายใหญ่ ออกมาเปิดเผยว่ากำลังพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟน OLED ที่แข็งแกร่งทนทานในระดับที่เรียกว่า ‘ไม่มีวันแตกเสียหาย’ (Unbreakable Smartphone Panel) ซึ่งล่าสุดได้รับการจดทะเบียนรับรองจาก UL (Underwriters Laboratories) เรียบร้อยแล้ว โดยนอกจากจะสามารถดัดโค้งงอได้แล้ว ยังมีน้ำหนักเบากว่าแผงจอสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบัน ซึ่งเตรียมจะนำมาใช้กับจอสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ตพีซี, เกมคอนโซลพกพา, มือถือเฉพาะทางที่ใช้ในค่ายทหารไปจนถึงอุตสาหกรรมรถยนต์



           
 Samsung Display ผ่านการทดสอบด้านความแข็งแกร่งจากมาตรฐานทางการทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบตกจากที่สูง 1.2 เมตรทั้งหมด 26 ครั้ง, ผ่านการทดสอบในอุณหภูมิ 71 องศา และต่ำสุด -32 องศา ซึ่งปรากฏว่าไม่พบร่องรอยความเสียหายใด ๆ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และขอบตัวเครื่อง รวมทั้งเมื่อมีการทดสอบจุดตกที่สูงกว่ามาตรฐานที่ 1.8 เมตร 


[วิเคราะห์ข่าว]:  เป็นเรื่องที่ดีที่มีหน้าจอที่ไม่มีวันเเตกจะได้หมดปัญหาโทรศัพท์ตกแล้วหน้าจอแตก


ที่มา:https://www.beartai.com/news/itnews/265998

IT07

เปิดตัวแล้ว Oppo R17 

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ชิป Snapdragon 670 

และกระจก Gorilla Glass 6





             Oppoได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เป็นรุ่นระดับกลางที่มาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและมีดีไซน์หน้าจอ AMOLED ไร้ขอบอันโดดเด่นที่เรียกว่า “Water Drop Screen” ขนาด 6.4 นิ้ว  พื้นที่หน้าจอต่อตัวเครื่อง 91.5% และติดตั้งเซ็นเซอร์  


oppo
เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ได้รับการติดตั้งชิปเซ็ต Snapdragon 670 (ระดับ 10 นาโนเมตร) ที่ Qualcomm เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีประสิทธิภาพการประมวลผลดีกว่ารุ่นก่อน ด้วยหน่วยประมวลผล 8 คอร์ (Kryo 360) และชิปกราฟิก Adreno 615 เสริมด้วยชิปโมเด็ม Snapdragon X12 LTE และ AI Engine นอกจากนี้ Oppo R17 ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้กระจก Gorilla Glass 6 ในการป้องกันรอยหน้าจออีกด้วย


[วิเคราะห์ข่าว]:  Oppo ได้มีการดีไซน์หน้าจอไร้ขอบสึ่งเป็นสิ่งที่ดี สำหรับบุคคลที่ต้องการพื้นที่หน้าจอเยอะๆในการเล่นเกมส์ ดูซีรี่ย์ และอื่นๆ

ที่มา: https://www.beartai.com/news/mobilenews/270230


7/13/2561

IT06

[หากติดอยู่ภายในถ้ำ เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ตัวไหนจะช่วยเราได้]

          
  จากกรณีที่มีน้อง ๆ และโค้ชทีมฟุตบอล “หมูป่า” ทั้ง 13 คน ติดอยู่ใน “ถ้ำหลวง” เขตอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย หากเกิดขึ้นกับเรา จะมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีอะไร มาช่วยยื้อชีวิตเราได้บ้าง
           

        อย่างแรกที่จำเป็นแน่นอน และคงเป็นอะไรที่ทุกคนพกติดตัวเสมอคือ “สมาร์ทโฟน” เพราะสามารถใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ 

Power Bank กันน้ำ 

       เพื่อช่วยยื้อพลังงานของสมาร์ทโฟนที่เป็นปัจจัยสำคัญ


ไฟฉาย 

       ไฟฉายถือเป็นอุปกรณ์แรก ๆ สำหรับใครที่กำลังจะไปสำรวจถ้ำหรือเดินป่า ต้องพกติดตัวแน่นอน เพราะมันคืออุปกรณ์กำเนิดแสงสว่าง ที่มนุษย์เราต้องพึ่งมันในการส่องทางในที่มืด



หลอด LED แบบ USB 
        
          เมื่อเรามี Power Bank ความจุสูง ๆ แล้ว ก็แนะนำหลอดไฟพกพาเล็ก ๆ ที่ใช้พลังงานจากช่อง USB-A โดยตรง เมื่อนำไปต่อกับ Power Bank ก็จะได้เป็นโคมไฟขนาดย่อม ที่มีอายุการใช้งานนานได้ระดับหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับความทนทานของตัวหลอดไฟและความจุของ Power Bank)



ออกซิเจนกระป๋อง

         บางที่ในถ้ำอาจมีออกซิเจนเบาบางหรือมีคาร์บอนไดออกไซด์สูง ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อุปกรณ์ที่พอช่วยในสถานการณ์แบบนี้ได้ก็คงมี “ออกซิเจนกระป๋อง” ที่ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง มีข้อดีคือพกพาง่าย ข้อเสียคือ มีปริมาณอากาศไม่มากนัก (ขึ้นอยู่กับขนาดกระป๋อง) และเป็นแบบใช้แล้วทิ้งเลย แต่มีไว้ดีกว่าไม่มีเลย



Zippo Hand Warmer ที่อุ่นมือ

         สภาพบรรยากาศในถ้ำมักเต็มไปด้วยความชื้น ยิ่งถ้าผ่านการลุยน้ำมา ก็จะพบกับความหนาวเย็นอย่างที่สุดแน่ ๆ สิ่งที่พอจะช่วยได้ เท่าที่เจอก็มี Zippo Hand Warmer เป็นที่อุ่นมือแบบพิเศษ ซึ่งบางคนน่าจะเคยเห็นเมื่อหลายปีมาแล้ว ส่วนการทำงานของอุปกรณ์นี้ ก็ใช้หลักการเผาไหม้ภายในของใย “Rayon” สร้างเป็นไอความร้อนในตัว (ไม่ได้มาเป็นเปลวไฟเลยนะ) วิธีใช้ก็นำน้ำมันไฟแช็ก เทผ่านถ้วยตวงน้ำมันที่แถมมาลงไปในตัว Zippo จากนั้นก็เอาไฟแช็กมาลนจนเริ่มมีความร้อน เสร็จแล้วก็นำไปใส่ในซองที่แถมมา  และอื่นๆอีกมากมาย




[วิเคราะห์ข่าว]: การที่เราไปในที่ไกลๆหรือไปที่มืดๆและอันตรายเราก็ควรที่จะพกอุปกรณ์ติดตัวไปหรือเตรียมตัวให้ดีเผื่อมีเหตุฉุกเฉินแบบ ทั้ว 13 คนที่ติดถ้ำ



ที่มา: https://www.sanook.com/hitech/1455169/


7/08/2561

IT05

"PUREBOOST GO" รองเท้าสุดเฉียบ เหมาะใส่วิ่งในเมือง



อาดิดาส รันนิ่ง เปิดตัว เพียวบูสท์ โก (PUREBOOST GO) รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลเพียวบูสท์ คิดค้นขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์การวิ่งอย่างมีอิสระพร้อมออกไปใช้ชีวิตเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมือง มาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยี บูสท์ (BOOST) ของอาดิดาส

 อาดิดาส สร้างสรรค์รองเท้าวิ่งที่มีชื่อว่า “เพียวบูสท์ โก” มีการออกแบบพื้นที่หน้าเท้าให้มีความกว้างพิเศษตามเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้าในตระกูลเพียวบูสท์ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้นักวิ่งสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ



       มีการออกแบบความสูงของพื้นรองเท้าในบริเวณส้นเท้าที่ 21 มิลลิเมตร และหน้าเท้า 13 มิลลิเมตร เพื่อทำให้นักวิ่งสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายเท้า นอกจากนี้ ยังมีพื้นรองเท้าชั้นนอก EVA แบบตาข่ายที่ติดเข้ากับพื้นบูสท์ ที่นอกจากจะมีส่วนช่วยเสริมคุณสมบัติการยึดเกาะกับพื้นผิว ยังสามารถทำงานร่วมกับพื้นบูสท์ได้อย่างสอดคล้อง ส่วนบริเวณส้นเท้าก็มีการปรับผิวของพื้นยางให้เป็นแบบทึบเพื่อเสริมความมั่นคงขณะลงส้นเท้า ส่งผลให้นักวิ่งสามารถใช้งานรองเท้าวิ่งคู่นี้ได้เต็มประสิทธิภาพ

       วัสดุที่ใช้ทำตัวรองเท้า มีการใช้ผ้าถักแบบ เซอร์คูล่านิต ที่มีความบาง น้ำหนักเบา และความยืดหยุ่นสูงที่ทำให้การเปลี่ยนทิศทางและการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างอิสระ


 รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ยังมีการออกแบบด้วยเฉดสีและดีไซน์ที่สวยงาม  ด้วยรูปโฉมโดยรวมที่มีทั้งความเรียบง่ายและปราดเปรียว ช่วยเสริมลุคเท่ในแนวสปอร์ตแคชวลให้กับผู้สวมใส่ จึงทำให้ เพียวบูสท์ โก เป็นทั้งรองเท้าวิ่งที่จะพานักวิ่งไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมือง พร้อมๆ กับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์



[วิเคราะห์ความคิดเห็น] : ทำให้สะดวกในการวิ่งและทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรองเท้ายี่ห้อนี่มีความสนใจที่จะติดตามข่าวสารและนวัตกรรมใหม่ๆ

https://www.sanook.com/men/37413/

7/01/2561

IT04



เผยแพร่ข้อมูลการวิจัยจากซูดานลงออนไลน์

       ปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลต่างๆล้วนเป็นเรื่องง่าย เพียงมีอินเตอร์เน็ต หรือโหลดแอปพลิเคชัน ก็คลิกนิ้วลงไป จากนั้นข้อมูลสารพันที่อยากรู้ก็จะขึ้นมาให้เห็นในบัดดล ซึ่งการทำงานสำรวจแหล่งโบราณคดีก็มีการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ผู้ศึกษาวิจัยจะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เกิดการแลกเปลี่ยนงานวิจัย มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย

เมื่อเร็วๆนี้สถาบันอียิปต์วิทยาและการศึกษาคริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์ แห่งมหาวิทยาลัยมุนสเตอร์ ในเยอรมนี ได้เผยแพร่ข้อมูลการวิจัยภาคสนามในประเทศซูดานที่รวบรวมขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2552 ถึง 2560 โดยเป็นข้อมูลและภาพของหลุมฝังศพ กระท่อมเล็กๆ และแนวหินที่นอนเรียงรายตั้งแต่ยุคโบราณและยุคกลาง โดยใช้ระบบภูมิสารสนเทศศาสตร์ (Geoinformatics system) เป็นการนำเทคโนโลยีการสำรวจ ทำแผนที่ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ผนวกเข้าด้วยกันผ่านช่องทางออนไลน์ WebGIS : http://wadi-abudom.de/web-gis-2/  เพื่อนักวิชาการหรือสาธารณชนทั่วไปสามารถคลิกดูข้อมูลและผลการวิจัยได้



WebGIS พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของสถาบันภูมิสารสนเทศศาสตร์ ปัจจุบันนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยมุนสเตอร์ ก็ได้นำไปใช้ช่วยงานการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดี Doliche ในตุรกี ซึ่งวิธีการทำงานแบบดิจิทัลนับว่ามีบทบาทสำคัญในระหว่างการวิจัยภาคสนามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การมีคลังข้อมูลที่ง่ายต่อการเรียกใช้งาน เพียงใช้คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) บนมือถือ ก็ทำให้นักวิจัยหรือนักสำรวจทำงานได้ง่ายขึ้นแล้ว.

[วิเคราะห์ข่าว] ทำให้ผู้คนสามารถเข้าไปดูผลวิจัยหรือติดตามข่าวสารได้

ที่มา:https://www.thairath.co.th/content/1300036









IT03

Apple เปลี่ยนกฏ App Store ป้องกันนักพัฒนานำข้อมูลผู้ใช้ไปขาย




       Apple ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎใน App Store อย่างเงียบๆ เพื่อที่จะเพิ่มความปลอดภัยและปกป้องผู้ใช้อุปกรณ์ของพวกเขาจากเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่อาจจะมีการนำข้อมูลการติดต่อของผู้ใช้ไปแชร์หรือขายต่อให้กับบุคคลที่สามโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้ใช้
โ
Apple เปลี่ยนกฏ App Store ป้องกันนักพัฒนานำข้อมูลผู้ใช้ไปขาย

      

         ในเรื่องของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้นั้นทาง Facebook ยักษ์ใหญ่ของสังคมออนไลน์เพิ่งจะเจอกับภาวะฉุกเฉินในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมากับการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้ ที่พวกเราน่าจะเคยได้ยินข่าวกันมานั่นก็คือในกรณีของ Cambridge Analytica นั่นเอง
และการปรับเปลี่ยนกฎในครั้งนี้ของทาง Apple นั้นก็ดูเหมือนจะว่าจะเปลี่ยนเพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลอย่างที่เคยเห็นตัวอย่างจากบริษัทอื่นๆ และป้องกันการนำข้อมูลไปใช้อย่างไม่เหมาะสมของเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์นั่นเอง


[วิเคราะห์ข่าว]:  ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกปลอดภัย ไม่กลายตกเป็นเหยื่อของคนอื่น 


ที่มา:https://news.thaiware.com

6/18/2561

IT02

"Samsung Galaxy S10" 


   "Samsung Galaxy S10" อาจตัดลำโพงสนทนาออก และแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ Sound On Display
 ทาง Samsung ได้สาธิตคอนเซ็ปต์ของหน้าจอ OLED แบบใหม่ที่สามารถเปล่งเสียงได้ด้วยการสั่นสะเทือน ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีลำโพงสนทนา


"Samsung Galaxy S10" อาจตัดลำโพงสนทนาออก และแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ Sound On Display

      Samsung Galaxy S10 จะเป็นมือถือ Samsung รุ่นแรกที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแล้ว ล่าสุด มีรายงานว่า Samsung Galaxy S10 อาจมาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ ที่สามารถเปล่งเสียงผ่านจอได้โดยไม่จำเป็นต้องมีลำโพงเสียง โดยตำแหน่งของหน้าจอที่จะเปล่งเสียงได้จะอยู่ช่วงครึ่งบน   ซึ่งผู้ใช้จะได้ยินเสียงก็ต่อเมื่อยกสมาร์ทโฟนจ่อหูเท่านั้น อีกทั้งเทคโนโลยีนี้ จะช่วยทำให้ Samsung Galaxy S10 กลายเป็นมือถือที่มาพร้อมกับดีไซน์จอชิดขอบได้มากขึ้น เนื่องจากลำโพงเสียงถูกตัดออกไป โดยเทคโนโลยีนี้ คล้ายกับ Screen SoundCasting บนมือถือ Vivo NEX รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั่นเอง ซึ่งคาดว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะรองรับให้ใช้งานทั้งบน Samsung Galaxy S10 กับ Galaxy S10+



[  วิเคราะห์ข่าว ]
การที่Samsung Galaxy S10" ตัดลำโพงสนทนาออก และแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ Sound On Display   Samsung Galaxy S10 มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ ที่สามารถเปล่งเสียงผ่านจอได้โดยไม่จำเป็นต้องมีลำโพงเสียง ทำให้หมดปัญหาลำโพงที่โทรศัพท์พังเเละยังเป็นสิ่งแปลกใหม่แถมทำให้ผู้ที่สนใจโทรศัพท์ยี่ห้อนี้ได้ติดตามความคืบหน้า


ที่มา: https://www.sanook.com/hitech/1454073/